เมื่อปากบอกไหวแต่ใจบอกไม่: รู้จักการตอบสนองแบบประจบประแจงทางจิตวิทยา
ทำไมปากถึงไว ในโลกของความสัมพันธ์
เคยสงสัยไหม เวลาที่มีคนขอให้ช่วย ปากมันไว ให้รับคำทันที ทั้งที่ในใจอยากจะปฏิเสธ พอวางสายหรือแยกตัวออกมา ความเครียด ก็ลอยขึ้นมาจุกที่หน้าอก นี่ไม่ใช่แค่นิสัยดี แต่นักจิตวิทยาเรียกมันว่า "การตอบสนองแบบประจบประแจง" (Fawning) ซึ่งมันฝังรากอยู่ใน สมองส่วนลึก ของเรา ลึกกว่าที่คิด
กลไกการเอาตัวรอดที่สี่ เมื่อสู้ไม่ได้หนีไม่พ้น
ที่ผ่านมาเราเข้าใจว่า เมื่อมนุษย์เจอภัยคุกคาม เราจะมี 3 ทางเลือก คือ สู้ (Fight), หนี (Flight), หรือหยุดนิ่ง (Freeze) แต่โลกจิตวิทยามีความลับที่สี่ นั่นคือการ ประจบประแจง (Fawn) ที่บัญญัติโดย พีท วอล์กเกอร์
อาการฟอว์นนิงประกอบด้วย:- ยอมเหนื่อยเพื่อคนอื่น ทั้งที่ไม่ได้ถูกขอ
- ลบล้างขอบเขตส่วนตัวทิ้ง เพื่อรักษาบรรยากาศให้สงบ
- ไม่กล้าแสดงความเห็นต่าง เพราะกลัวโดนเกลียด
- ระแวงความรู้สึกคนอื่น ตลอดเวลา
ต้นตอของความใจอ่อน ในบ้านที่ตึงเครียด
กลไกนี้ถูกสร้างขึ้น แต่มันถูกหล่อหลอมจากอดีต ลองคิดถึงคนที่เติบโตมา ในบ้านที่บรรยากาศมาคุ เด็กคนนั้นจะเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าทางที่ ปลอดภัยที่สุด คือการ "อย่าสร้างปัญหา" ต้องช่วยเหลืองานบ้าน จนสุดท้าย ความต้องการส่วนตัวถูกมองข้าม และเมื่อเวลาผ่านไป นิสัยนี้ก็ติดตัวมาจนโต
ออกซิโทซินตัวร้าย ที่ทำให้เราปฏิเสธคนไม่เป็น
งานวิจัยทางจิตวิทยา พิสูจน์แล้วว่า ปฏิเสธคนไม่เป็น ร่างกายของเราตอบสนองด้วยเคมีบางอย่าง ที่ชื่อว่า ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพัน ในสภาวะกดดัน เราจะเลือกสร้างพันธมิตร แทนที่จะสร้างศัตรู นี่คือแผนการลับของสมอง แต่ผลข้างเคียงคือเราจะ สูญเสียความสามารถในการตั้งขอบเขต
บทสรุปและทางออก เพื่อชีวิตที่สมดุล
การตระหนักถึงอาการฟอว์นนิง คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลง เราต้องฝึกการตั้งขอบเขต การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่า เราต้องสละสิทธิ์ของตัวเองทั้งหมด ค่อยๆ ฝึกปฏิเสธในเรื่องที่ไม่อยากทำ แล้วคุณจะพบว่า ความปลอดภัยในความสัมพันธ์ มาจากการเคารพซึ่งกันและกัน อย่างแท้จริง